เทคนิคการแสดงภาพ 3 มิติ

TV 3D ทีวี 3 มิติ คืออะไรบ้าง (อ่าน 8834/ตอบ 1)

ทีวี 3 มิติคืออะไร ? มีกี่ประเภท ? เทคนิค 3 ข้อในการชมทีวี 3 มิติ และแนะนำตัวเด็ด

เกริ่นก่อนนะครับว่าบทความที่เขียนนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวและทีมงานซะส่วนใหญ่ หลังจากได้ผ่านการรีวิวทดสอบทีวี 3 มิติ “ทุกยี่ห้อ” มาแล้ว ได้แก่

3D TV Reviews
1. Samsung 3D LED TV C8000
2. Sony 3D LED TV LX900
3. LG INFINIA 3D Full LED LX9500
4. Samsung 3D LED TV C9000
5. Panasonic 3D Plasma TV VT20
6. Philips 3D Full LED TV 9705

อ่านรีวิว 3D TV ทั้งหมด >> คลิ๊กที่นี่ < เครื่องเล่น Blu-ray 3D => ภาพแสดงออกมาเป็นแบบ Frame Sequential
(แสดงเฟรมภาพซ้ายและขวาสัลบกันอย่างรวดเร็ว) => ใส่แว่น 3D เข้าไปภาพก็จะลอยมีมิติ

แว่น 3D ของ Panasonic มีจุดเด่นกว่ายี่ห้ออื่นตรงที่
ใส่ดูแบบเอนคอ เอียงคอ กลับหัวกลับหาง ภาพก็ยังมีมิติดีอยู่

วีดีโอนี้จะทำให้ท่านเข้าใจหลักการที่ทีวีส่งเฟรมภาพ
เข้าตาซ้ายและขวาสลับกันซึ่งก่อให้เกิดภาพ 3 มิติ

ตัวอย่าง TV ในปัจจุบันที่เป็น 3D แบบ Frame Sequential ก็ได้แก่ Samsung 3D LED TV C9000 C8000 C7000, LG INFINIA LX9500, Sony LX900, Panasonic VT20 ซึ่งเป็น 3D TV ในปี 2010 ทั้งหมดเลยครับ

สิ่งที่ต้องมีเมื่อจะดู 3D แบบ Frame Sequential
1. 3D TV แบบปัจจุบัน ซึ่งเป็นแบบ Frame Sequential หมดแล้ว
2. แว่นตา Active Shutter Glasses
3. เครื่องเล่น Blu-ray แบบ 3D ที่สามารถ Output ด้วย HDMI V1.4
4. แผ่นหนัง Blu-ray แบบ 3D เช่นเรื่อง Monster VS Aliens และ Cloudy with a chance of Meatball

ข้อดี: ความคมชัดของภาพสูงสุด เพราะทีวีส่งเฟรมภาพออกมาทั้งเฟรม ไม่มีลดทอนเส้นแบบวิธี Line by Line ของ Polarized 3D และมิติภาพก็ถือว่าได้แนวลึกมีมิติดีเยี่ยม
ข้อเสีย: แว่นตาต้องใส่แบตเตอรี่ ทำให้ต้องเปลี่ยนหรือชาร์จบ่อยๆ และรวมถึงต้องเชื่อมต่อแว่นกับทีวีด้วยสัญญาณ Infrared ตลอดเวลา ทำให้ระยะห่างในการรับชมมีจำกัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทีวี 3 มิติ

1. ถ้า AV Reciever เป็นรุ่นเก่า HDMI V1.3 แล้วจะสามารถต่อ 3D Blu-ray Player ผ่าน AV Reciever ตัวนั้นได้หรือไม่ ?
– ไม่ได้ครับ ต้องเป็น AV Reciever รุ่นใหม่ที่เป็น HDMI V1.4 เท่านั้น ภาพ 3 มิติถึงจะแสดงได้ ทางแก้ไขคือตอนนี้เริ่มมี Blu-ray Player ที่มี HDMI แบบ Dual Port หรือ 2 ช่องไว้ต่อตรงเข้าทีวีตัวนึง (ภาพ 3 มิติ) และ อีกช่องก็ต่อเข้า AV Reciever สำหรับการส่งสัญญาณเสียงครับ

2. Crosstalk คืออะไร ?
– Crosstalk เป็นอาการเหลื่อมซ้อนซ้ายขวาของภาพ 3 มิติ ทั้งๆที่เราใส่แว่น 3 มิติไปแล้ว ทีวีที่จะลด Crosstalk ได้ดีจะต้องมี Response Time และ Video Processor ที่ดี ยกตัวอย่างในปี 2010 Panasonic 3D Plasma TV VT20 สามารถลด Crosstalk ได้เหนือกว่า 3D LED TV ทุกตัวในตลาด

เทคนิค 3 ข้อในการรับชมทีวี 3 มิติให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

1. ขนาดทีวียิ่งใหญ่ มิติภาพยิ่งดี !!!
สังเกตุได้ว่าทีวี 3 มิตินั้นไม่ค่อยทำขนาดเล็กๆอย่าง 32” เพราะมิติภาพจากจอขยาดกระจิ๋วหลิวนั้นแทบจะไม่เห็นอะไรมีมิติเด่นชัดเลย และทุกสำนักทีวีในต่างประเทศก็ฟันธงแล้วว่า ยิ่งขนาดของจอทีวีใหญ่เท่าไหน มิติภาพ 3 มิติก็จะยิ่งดีเท่านั้นนะครับ ลองเปรียบเทียบทีวีขนาด 40” และ 55” นั้นถ้าเปรียบเทียบทีวีขนาดเป็น 40” เท่ากับ 100% ทีวีขนาด 55” ก็จะเท่ากับ 180% ซึ่งได้ความใหญ่ของจอ + มิติภาพที่จะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.8 เท่าครับ

หากเทียบพื้นที่เป็นตารางหน่วยของทีวี 40″ เป็น 100% ทีวี 55″ ก็จะเป็น 180%
นั่นหมายถึงมิติภาพก็ดีกว่าถึง 80% เลยหากคำนวนณแบบบ้านๆ
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ก็เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าทีวีจอยิ่งใหญ่ มิติภาพยิ่งดี

2. คุมแสงไฟในห้องให้ดี
เนื่องจากแว่นตาเป็น Active Shutter Glasses เลนส์ของแว่นตาทั้งเลนส์ซ้ายและเลนส์ขวาจะเปิดปิดสลับกันอย่างรวดเร็ว หากมีแสงเข้ามารบกวน อาจจะทำให้เกิดอาการกระพริบของภาพได้ รวมถึงให้คุมแสงในห้องให้ดีๆ มิติภาพก็จะโชว์เด่นชัดอย่างผิดหูผิดตาด้วยครับ

การดู 3D TV ควรจะคุมแสงในห้องได้หรือปิดไฟให้มืดสนิทไปเลยจะดีที่สุด
Flicker หรือการมี่ไฟกระพริบกวนสายตาก็จะเกิดขึ้นน้อย แถมมิติภาพก็จะยิ่งเด่นชัด

3. อย่าขวาง !!! ตำแหน่งของ 3D Transmitter
การเชื่อมต่อของตัวทีวี 3 มิติ และแว่น 3 มิติแบบ 3D Active Glasses นั้นจะถูกเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Infrared ครับ โดยส่วนใหญ่มักจะ Built-In มากับตัวเครื่อง ตำแหน่งของเซนเซอร์นั้นมักจะอยู่ที่มุมล่างขวา หรือลางซ้ายของตัวจอทีวี เราจะต้องรู้ว่าตำแหน่งของมันอยู่ไหน และพยามยามอย่าให้มีสิ่งขวางกั้นการับส่งสัญญาณระหว่างทีวีกับแว่นครับครับ ไม่เช่นนั้นแว่นจะกระพริบดับๆติดๆ (Flicker) โดยทั่วไปการเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างแว่นและทีวีจะได้ไกลประมาณ 10 เมตรตามความสามารถของ Infrared แต่ระยะที่เรานั่งดูทีวีก็ประมาณ 2-3 เมตรเองครับดังนี้เรื่องระยะห่างก็ไม่ใช่อุปสรรคเท่าไหร่

External 3D Transmitter ของ Philips 9705 ตัวนี้ ถูกติดตั้งไว้ตรงกลางบนตัวเครื่อง
เพื่อกระจายสัญญาณ Infrared ให้ครอบคลุม ทั่วถึงระยะที่เรานั่งรับชม (จะ Sync กับแว่นที่เราใส่)
ในขณะที่หลายๆแบรนด์ก็ทำแบบ Built In มากเลย ตำแหน่งก็จะอยู่กรอบทีวีด้านซ้ายหรือขวาล่าง

ทีวี 3 มิตินั้นเป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติวงการทีวี การเข้าใจถึงเทคโนโยีจะทำให้เราสามารถใช้ทีวี 3 มิติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ครับ เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้เทคโนโลยี 3D ก็จะมีการพัฒนาให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และรวมถึงจอภาพ 3D แบบไม่ต้องใส่แว่น Autostereoscopic ซึ่งในปัจจุบันเป็นจอ LCD แบบ Commercial เชิง “Signage” หรือโชว์เพื่อการประชาสัมพันธ์สินค้ามากกว่าครับ เช่นจอที่ติดในห้าง Siam Paragon เป็นต้น และแบรนด์อย่าง Philips และ Toshiba ก็มีเอาจอประเภทนี้มาโชว์ในงาน IFA 2010 ที่ Berlin ด้วย อนาคต 3D มันจะมาแน่นอน เพียงตอนนี้แต่กำลังจะปรับปรุงและพัฒนาให้สมบูรณ์แบบขึ้นครับ

Philips 3D LCD Monitor ( Autostereoscopic 3D) เป็นจอ 3D ที่ไม่ต้องใส่แว่นดูครับ
เลนส์ Shutter Glasses ทั้งบานถูกติดไว้ที่หน้าจอของเครื่องแบบเต็มใบ
ที่มา//http://aomsin-electronic.tarad.com/article-th-78445-TV+3D++%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5+3+%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4+%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87.html

ข้อความนี้ถูกเขียนใน เทคโนโลยี คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s